วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วิธีดูแลหมาไทยหลังอาน

1. การแปรงขน

              สุนัขไมีต่อมเหงื่อเหมือนคนเรา โดยทั่วไปผิวหนังของสุนัขจะประกอบด้วยขน 2 ชนิด คือขนอ่อนชั้นใน และขนแข็งชั้นนอก ที่โคนขนมีต่อมไขมัน ทำหน้าที่เคลือบขนให้เป็นมัน ผิวหนังที่มีขนดังกล่าวจะช่วยป้องกันความร้อนและความหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี การถ่ายเทภายใต้ชั้นขนจะช่วยควบคุมอุณหภูมิของอากาศภายนอกตัวสุนัขและขจัดความชื้นบนผิวหนัง
การแปรงขนเพื่อให้อากาศใต้ขนถ่ายเทได้สะดวกจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนั้นการแปรงขนยังช่วยให้ผิวหนังและขนสะอาดเป็นเงางามเพราะมีการนวด ให้ต่อมไขมันที่โคนขนขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขนได้มากขึ้น ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้น ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพสมบูรณ์ และยังเป็นการ กำจัดรังแคและสิ่งสกปรกอื่นออกจากผิวหนังดว้ย


              การแปรงขนจะต้องแปรงเฉพาะขน อย่าให้ถูกผิวหนังเพราะจะทำให้สุนัขเจ็บ แปรงตามเส้นขนลงไปเสมอ ไม่ใช่แปรงทวนเส้นขนขึ้นมา แปรงเบาๆช้าๆ อย่าดึงรุนแรงเวลาขนติด สำหรับสุนัขขนสั้นควรหาแปรงที่ซี่ลวดหนาและสั้น ถ้าอยากให้ขนเป็นมันเงาก็ใช้ผ้าอ่อนๆเช่นผ้าไหมหรือผ้าต่วนเช็ดหลังจาก แปรงแล้ว จะแลดูสวยขึ้น
              การแปรงขนเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีมากระหว่างสุนัขกับเจ้าของ ควรทำการแปรงขนให้มันทุกๆ วัน


2. การอาบน้ำ
              การอาบน้ำบ่อยๆ จะทำให้น้ำมันที่เคลือบขนหมดไป ซึ่งจะมีผลให้ผิวหนังและเส้นขนของสุนัขแห้ง เกิดอาการคัน สุนัขจะกัดหรือเกาทำให้เกิดผล นอกจากนี้ สุนัขยังแพ้ต่อการเป็นโรคทางระบบหายใจ โดยเฉพาะจะเป็นโรคปอดบวมได้ง่าย เพราะฉะนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ แล้วก็ไม่ควรอาบน้ำให้สุนัข
              สำหรับลูกสุนัขอาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดให้แห้งเช็ดความสกปรก หรือใช้แปรงและการหวีขนบ่อยๆ ก็จะรักษาความสะอาดได้ดีโดยไม่ต้องอาบน้ำ เมื่อโตขึ้นอาจ อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นให้อาทิตย์ละหนก็เพียงพอ หรือเมื่อเกิดรู้สึกว่ามันมีกลิ่นเหม็นแล้ว การอาบน้ำควรอาบในเวลาที่มีแดดออกไม่หนาว ใช้สบู่หรือแชมพู อย่างอ่อนๆ ถูให้ทั่วตัวและหัว ระวังสบู่เข้าตาสุนัขและระวังอย่าให้น้ำเข้าหู จากนั้นต้องล้างสบู่ออกให้หมด เพราะถ้าล้างไม่หมดจะทำให้เกิดการคันจนสุนัข เกาเป็นแผล เสร็จแล้วอย่าลืมเช็ดตัวสุนัขให้แห้งสนิท

3.  การกำจัดและป้องกันเห็บ
               เห็บ หมัด และแมลงอื่นๆ เป็นตัวนำโรคที่ร้ายแรงหลายชนิดมาสู่สุนัข ส่วนมากสุนัขที่มีหมัดหรือเห็บมากจะมาจากเจ้าของที่ไม่ได้ดูแลสุนัขดีเท่าที่ควร การกำจัดสิ่งเหล่านี้จะต้องกระทำอย่างต่อเนื่องจึงจะประสบความสำเร็จ
               หมัดและเห็บมักอยู่บริเวณเนื้ออ่อนๆของสุนัข เช่น ใต้ริมฝีปาก รอบคอ บริเวณหลังเลยหางขึ้นมาหน่อย ซอกเล็บ และบริเวณก้น การดึงหมัดหรือเห็บ ออกจากสุนัข ถ้าเราดึงออกแรงๆ ผิวหนังสุนัขจะเป็นแผล ให้ใช้น้ำมันสนหยดลงไปหยดหนึ่ง จะทำให้มันหลุดออกมา แล้วค่อยจับใส่ขวดน้ำมันเครื่อง อย่าจับแล้วบี้แตก ควรทำการจับหมัดหรือเห็บทุกๆอาทิตย์ และทำความสะอาดที่นอนสุนัขด้วย
              ปัจจุบันมีอุปกรณ์ในการจำกัดเห็บหลายประเภท เช่น ยาฆ่าเห็บ แป้งกำจัดเห็บ แชมพูกำจัดเห็บ สเปรย์กำจัดเห็บ ปลอกคอกำจัดเห็บ เป็นต้น ควรศึกษา วิธีการใช้อุปกรณ์เหล่านี้โดยละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะยาหรือสารเคมีที่ใช้ฆ่าแมลงเกือบทุกชนิดเป็นอันตรายต่อทั้งสัตว์และคน เป็นเรื่อง ที่ไม่ยากแต่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ให้เข้าใจ
              การมุ่งกำจัดเห็บเฉพาะที่ตัวสุนัขจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตลอด เพราะเห็บหรือหมัดเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในบริเวณที่อยู่ของสุนัขด้วย ดังนั้นควรใช้ยาฆ่าเห็บ ผสมน้ำราดตามบริเวณที่สุนัขอยู่ทุกครั้งที่ทำการกำจัดเห็บบนตัวสุนัข

ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=thai-ko&month=12-2007&date=17&group=2&gblog=6